ไม้กลอง (Drumsticks) หลากหลายรูปแบบ ยี่ห้อยอดนิยม

ไม้กลอง (Drumsticks) เปรียบเสมือนอวัยวะสำคัญอีกหนึ่งชิ้นของมือกลองทุกคน หากไม่มีไม้กลองก็ไม่สามารถที่จะสร้างสรรค์เสียงกลองออกมาได้ Up Music เป็นศูนย์รวมไม้กลองจากแบรนด์ชั้นนำ อาทิ Vic Firth, ProMark, TAMA เรามีไม้กลองให้เลือกหลากหลายรูปแบบ ตอบโจทย์สไตล์การเล่นที่หลากหลาย ครอบคลุมครบทุกความต้องการของนักดนตรีตั้งระดับเริ่มต้นไปจนถึงมืออาชีพ

ไม้กลอง

ไม้กลอง Vic Firth American Heritage

฿ 520.00
SeriesAmerican Heritage
Drumsticks Size5A
Drumstick MaterialMaple
Length40.64cm
Diameter1.44cm
Taper LengthMedium
Tip MaterialWood
Tip ShapeTear Drop

Up Music จำหน่ายไม้กลองจากแบรนด์ชั้นนำหลากหลายยี่ห้อ เรามีความเชี่ยวชาญในเรื่องกลองเป็นพิเศษ โดยเฉพาะ กลองชุด และ อุปกรณ์กลอง อาทิเช่น ไม้กลอง, หนังกลอง, อะไหล่กลอง, เก้าอี้กลอง และอื่น ๆ อีกมากมาย เราพร้อมช่วยคุณค้นหาไม้กลองที่ตรงกับความต้องการและสไตล์การเล่น รวมถึงแนะนำทุกเรื่องที่ควรรู้ก่อนจะซื้อไม้กลองมาใช้งานสักชุด

ไม้กลองคืออะไร มีความสำคัญอย่างไร

ไม้กลอง คืออุปกรณ์ที่มีลักษณะเป็นด้ามยาวสำหรับตีลงบนหน้ากลองให้เกิดเสียง ถือเป็นอุปกรณ์พื้นฐานที่มือกลองทุกคนต้องใช้ในการตีกลอง ไม้กลองส่วนใหญ่ผลิตจากไม้ Hickory และมีบางส่วนผลิตจากไม้ Maple และ ไม้ Oak โดยแต่ละรุ่นจะมีรายละเอียดปลีกย่อยแตกต่างกัน เช่น ขนาด, น้ำหนัก, รูปทรง, วัสดุของหัวไม้ เป็นต้น ซึ่งทั้งหมดส่งผลต่อสัมผัสในการตีและเสียงที่ออกมา ซึ่งผู้ใช้งานต้องเลือกใช้ตามความถนัดและความเหมาะสมกับแนวดนตรีที่เล่น ปัจจุบันไม้กลองแบ่งออกเป็น 4 ประเภทหลัก ดังนี้

ประเภทของไม้กลอง

  • Stick: เป็นไม้กลองแบบมาตรฐานที่พบเห็นได้บ่อยและได้รับความนิยมมากที่สุด มักใช้กับการตีกลองชุด ให้เสียงที่ดังและกระชับ เหมาะกับการเล่นทุกแนวดนตรี มีทั้งที่ผลิตด้วยไม้และวัสดุสังเคราะห์ ขณะที่หัวไม้จะมีหลายรูปทรงและมีทั้งวัสดุไม้และไนลอนให้เลือกใช้
  • Brushes: หรือไม้แส้ เป็นไม้กลองที่มีลักษณ์คล้ายแปรง ให้เสียงที่เบาและละเอียด ใช้สำหรับสร้างเสียงกลองที่ต้องการนุ่มนวลและเป็นประกาย นิยมใช้ในหลาย ๆ แนวดนตรี เช่น Jazz, Pop, Folk, Ballad
  • Mallets: เป็นไม้กลองที่หัวไม้มีลักษณะเป็นตุ้ม หัวไม้จะผลิตจากหลาย ๆ วัสดุตามระดับความนุ่ม เช่น ผ้า, ไนลอน, PVC, ยาง เป็นต้น ให้เสียงที่แน่นและทุ้ม นิยมใช้ตีกลองหลาย ๆ ชนิด และให้โทนเสียงได้หลากหลายตามวัสดุของหัวไม้
  • Rods: เป็นไม้กลองที่มีลักษณ์คล้ายแท่งไม้หลาย ๆ แท่งมัดรวมกัน ให้เสียงที่ดังกว่าไม้กลองแบบ Brushes แต่เบากว่า Sticks เหมาะสำหรับการเล่นอะคูสติกที่ไม่ต้องการความดังมาก

ไม้กลองมีขนาดใดบ้าง เหมาะกับการใช้งานแบบไหน

โดยทั่วไปแล้วขนาดของไม้กลองจะถูกระบุด้วยรหัส 2 ตัวที่ประกอบด้วยตัวเลขข้างหน้าและตัวอักษรภาษาอังกฤษข้างหลัง เช่น ไม้กลอง 5A, ไม้กลอง 7A เป็นต้น โดยตัวเลขและตัวอักษรอังกฤษแต่ละตัว มีความหมายดังนี้

ตัวเลขข้างหน้า หมายถึงขนาดเส้นรอบวงของไม้กลอง ซึ่งปัจจุบันมีแบ่งออกเป็น 3 ระดับ ได้แก่ 2, 5 และ 7 โดยเลขน้อยหมายถึงขนาดเส้นรอบวงที่ใหญ่ เลขมากหมายถึงขนาดเส้นรอบวงที่เล็ก

ตัวอักษรภาษาอังกฤษข้างหลัง หมายถึงน้ำหนักของไม้กลอง แบ่งเป็น 3 ระดับ ได้แก่

  • S ย่อมาจากคำว่า Street: คือไม้กลองที่มีน้ำหนักมากที่สุด เหมาะสำหรับใช้ในการเล่นกลางแจ้งหรือบนท้องถนน เช่น เล่นกลองในวงโยธวาทิต เนื่องจากต้องการเสียงที่ดัง หนักแน่น และใช้แรงเยอะในการตี
  • B ย่อมาจากคำว่า Band: คือไม้กลองขนาดมาตรฐาน มีน้ำหนักปานกลาง เหมาะสำหรับเล่นกับกลองชุดในวงดนตรี เป็นไม้กลองที่ได้รับความนิยมและเหมาะกับผู้ที่เริ่มเล่นกลองชุด
  • A: คือไม้กลองขนาดเล็กที่สุดและมีน้ำหนักเบาที่สุด เหมาะสำหรับการตีที่เน้นความรวดเร็วและว่องไว นิยมถูกใช้เป็นไม้กลองชุดของมือกลองแนวแจ๊สเนื่องจากความเล็กกะทัดรัดและน้ำหนักเบา ช่วยให้ตีง่ายและเบาแรง

จะเลือกซื้อไม้กลองให้เหมาะกับการใช้งานต้องเลือกอย่างไร

ไม้กลอง

ปัจจุบันมีไม้กลองให้เลือกมากมายในท้องตลาด หากคุณกำลังมองหาไม้กลองดี ๆ มาใช้งานสักคู่ นี่คือ 4 สิ่งที่คุณต้องพิจารณา

เลือกขนาดให้เหมาะสมกับการเล่น

ขนาดไม้กลองคือสิ่งแรกที่ต้องพิจารณาเพราะส่งผลต่อความถนัด โทนเสียง และสัมผัสในการตีโดยตรง ควรเลือกใช้ขนาดไม้กลองให้เหมาะกับการเล่นและแนวดนตรี เช่น หากคุณตีกลองชุดในวงดนตรีร็อก สามารถใช้ไม้กลองเบอร์ 7B หรือถ้าต้องการความหนักแน่นมากขึ้นก็ขยับไปใช้ 5B ได้เช่นกัน หากเล่นแนวที่ไม่หนักมาก เช่น ป๊อป, แจ๊ซ, โซล อาจใช้ไม้กลอง 7A หรือไม้กลอง 5A เพื่อโทนเสียงที่ซอฟต์ลงและตีสบายมากขึ้น

เลือกวัสดุที่ตอบโจทย์การเล่น

วัสดุของไม้กลองส่งผลต่อโทนและความกระชับของเสียงที่ได้เวลาตีกลอง อีกทั้งยังมีผลกับทนทานของไม้กลองด้วย ควรเลือกใช้วัสดุที่ตอบโจทย์การเล่นของคุณ ตัวอย่างเช่น หากคุณเป็นคนตีแรง ต้องการเสียงที่พุ่ง กระชับ มีพลัง สามารถใช้ไม้กลอง Hickory หรือไม้ Oak เพราะมีความแข็งแรงและมีความยืดหยุ่นสูง รองรับแรงตีหนัก ๆ ได้ดี

หากคุณไม่ใช่คนตีแรง เล่นแนวดนตรีที่ไม่หนักมาก เน้นโทน