ฉาบหรือฉาบกลองชุด (Cymbals) เติมเต็มดนตรีครบทุกอารมณ์

ฉาบและฉาบกลองชุด ส่วนประกอบของกลองชุด ที่ช่วยขับจังหวะ เพิ่มอรรถรส และสร้างมิติให้กับบทเพลงได้เป็นอย่างดี โดยเสียงจากชุดฉาบหลายรูปแบบจะเพิ่มลูกเล่น เติมเต็มอารมณ์ และสร้างความตื่นเต้นให้กับบทเพลงแตกต่างกันไป เรามีฉาบให้คุณเลือกซื้อ หลากหลายรุ่น หลายยี่ห้อที่นี่!

ฉาบ

ฉาบ Meinl Artist Concept: Baby Stack – Luke Holland

Original price was: ฿ 11,700.00.Current price is: ฿ 11,700.00. ฿ 10,530.00
SeriesArtist Concept Model
Cymbals TypeStack
FinishBrilliant, Dark, Raw
Cymbals Size10″/12″
Cymbals WeightThin
SoundBright
Cymbals SustainMedium to Short
Cymbals MaterialB12 Bronze, B20 Bronze

มาทำความรู้จักกับฉาบอย่างลึกซึ้ง ตั้งแต่ประเภทของฉาบ ราคา วิธีการเลือก และข้อสงสัยที่เกี่ยวกับฉาบ มาเตรียมตัวให้พร้อมเพื่อสัมผัสกับโลกของฉาบ เครื่องดนตรีที่เต็มไปด้วยเสน่ห์และเอกลักษณ์!

ฉาบ คืออีกหนึ่งเครื่องดนตรีที่เป็นหัวใจของวง

ฉาบ (Cymbals) เป็นเครื่องดนตรีประเภทเครื่องเพอร์คัชชัน (Percussion) ซึ่งเป็นเครื่องดนตรีที่ทำให้เกิดเสียงจากการตี กระทบ ถู หรือเขย่า โดยมีลักษณะเป็นแผ่นโลหะบาง ๆ มีรูปร่างคล้ายจานกลมรี โดยวิธีการเล่นคือการนำฉาบสองใบมากระทบกันเพื่อให้เกิดเสียงกังวานและสะท้อน ฉาบถือเป็นเครื่องดนตรีพื้นฐานที่ไม่มีระดับเสียงที่แน่นอน แต่จะให้เสียงที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวออกมา

ฉาบถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลายในวงดนตรีสมัยใหม่ ไม่ว่าจะเป็นวงออร์เคสตรา วงมาร์ช วงคอนเสิร์ต รวมถึงแม้กระทั่งในวงดนตรีทหาร โดยฉาบมีความสำคัญต่อการสร้างพลังและสีสันให้กับดนตรี อีกทั้งชุดฉาบกลองชุดยังเป็นส่วนสำคัญอย่างหนึ่งของวงดนตรีในปัจจุบันด้วย

ประเภทของฉาบ และฉาบกลองชุด มีอะไรบ้าง แต่ละแบบต่างกันยังไง

ประเภทของฉาบ

ฉาบที่นิยมใช้กันสามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก คือ ฉาบคู่หรือฉาบประกบมักใช้เล่นในวงดุริยางค์ วงออเคสตร้า หรือวงที่ใช้ผู้เล่นกลองและฉาบ 1 คนต่อ 1 ชิ้น และอีกประเภทคือฉาบแขวนที่นิยมใช้กับกลองชุด ซึ่งจะเล่นโดยผู้เล่นเพียงคนเดียว จึงต้องตั้งแขวนฉาบกับขา เช่น ฉาบ SABIAN, ฉาบ MEINL, ฉาบ kingdo โดยฉาบกลองชุดมีทั้งหมด 2 แบบหลัก ได้แก่

  1. ฉาบพื้นฐาน เป็นฉาบพื้นฐานที่จำเป็นต้องใช้ในการเล่นเพลงทั่วไป
    • Hi-hat: เป็นฉาบประกบที่ต้องใช้เท้าในการควบคุมการเปิด-ปิดของฉาบ ซึ่งการตี Hi-hat ตอนเปิดและตอนปิดก็จะให้เสียงที่แตกต่างกัน โดยมักจะใช้ตีเพื่อควบคุมจังหวะหลักให้กับเครื่องดนตรีอื่น ๆ
    • Crash: เป็นฉาบใบเดียวมักจะมีขนาดประมาณ 14 นิ้วขึ้นไป ใช้เพื่อตีส่งเข้าจังหวะและควบคุมจังหวะหลัก
    • Ride: เป็นฉาบใบเดียวเหมือนกับ Crash แต่จะมีขนาด 18 นิ้วขึ้นไป โดยมีวิธีการตีที่แตกต่างกับ Crash นิยมใช้ตีเพื่อควบคุมจังหวะหลักของเพลง
  2. ฉาบเสริม เป็นฉาบประเภทอื่น ๆ ที่นิยมใช้เพื่อสร้างสีสันหรือลูกเล่นเพิ่มเติม โดยมักจะมีลักษณะเสียงที่เฉพาะตัว ไม่มีวิธีการเล่นที่ตายตัวโดยจะขึ้นอยู่กับการออกแบบหรือสไตล์การเล่นของแต่ละคน โดยตัวอย่างฉาบเสริมได้แก่
    • Splash Cymbal: เป็นฉาบใบเล็กที่มีขนาดประมาณ 6- 12 นิ้ว
    • China Cymbal: เป็นฉาบที่มีขอบแบะออก มีต้นกำเนิดมาจากฉาบเชิดสิงโตของจีน
    • Stack Cymbal: คือฉาบที่นำมาประกบหรือซ้อนกันมากกว่า 2 ใบขึ้นไป
    • Vented Cymbal: คือฉาบที่มีการเจาะรูบนตัวฉาบ ซึ่งแต่ละแบรนด์ก็มีการใช้ชื่อเรียกที่แตกต่างกัน เช่น Ozone Cymbals หรือ Trash Cymbals ทำให้ผู้คนมักเรียกชื่อฉาบประเภทนี้ไม่เหมือนกัน

ฉาบและฉาบกลองชุด ราคาเริ่มต้นเท่าไหร่?

ราคาของฉาบมักจะขึ้นอยู่กับปัจจัยหลัก 2 อย่าง ดังนี้

  1. ระดับของรุ่น โดยฉาบระดับต่าง ๆ จะมีสูตรหรือสัดส่วนการผสมโลหะที่แตกต่างกัน ได้แก่
    • รุ่นเริ่มต้น: มักจะใช้อัตราส่วนที่เรียกว่า MS63 ซึ่งเสียงของฉาบจะมีความแข็ง กระด้าง ไม่กังวานมากนัก ตัวฉาบไม่ค่อยยืดหยุ่น เหมาะสำหรับคนที่เริ่มเล่นหรือใช้ฝึกซ้อม ไม่เหมาะกับการใช้งานจริงจัง
    • รุ่นกลาง: จะมีอัตราส่วนหลายแบบทั้ง B8, B10, B12 แล้วแต่แบรนด์จะผลิตออกมา โดยฉาบระดับนี้จะยังคงมีความกระด้างและโฉ่งฉ่างอยู่พอสมควร แต่จะให้เสียงที่กังวาน สว่าง และสดใสมากกว่าเกรดเริ่มต้น
    • รุ่นท็อป: จะใช้เป็นอัตราส่วนที่เรียกว่า B20 ซึ่งเป็นสูตรที่นิยมใช้กันทั่วโลก โดยได้รับการยอมรับว่าเป็นสัดส่วนโลหะที่ดีที่สุดสำหรับการทำฉาบ ให้เสียงที่กังวานและนวลกว่าระดับอื่น ๆ โดยฉาบระดับนี้จะมีความยืดหยุ่นสูง ทำให้สามารถออกแบบคาแรกเตอร์เสียงได้หลากหลายด้วยวิธีการต่าง ๆ เช่น การกลึง การเคลือบเงา การตอก เป็นต้น
  2. แบรนด์ ส่วนใหญ่ฉาบที่เป็นแบรนด์ทางเลือกต่าง ๆ มักจะมีราคาถูกกว่าแบรนด์ระดับโลกพอสมควรเมื่อเทียบกันในรุ่นที่เป็นวัสดุประเภทเดียวกัน แต่อาจมีความแตกต่างกันในรายละเอียด เช่น คุณภาพของตัววัสดุ โลหะ หรือการควบคุมคุณภาพ จึงส่งผลให้ราคามีความแตกต่างกันไปด้วย เช่น ราคาฉาบรุ่นท็อปของแบรนด์ทางเลือกราคาเริ่มต้นจะอยู่ที่ประมาณ 10,000 บาท ขณะที่ฉาบของแบรนด์ระดับโลกราคาจะอยู่ที่ประมาณ 20,000-30,000 บาทขึ้นไป

เลือกฉาบอย่างไรให้เหมาะกับการใช้งาน เล่นดนตรีสไตล์นี้ควรใช้แบบไหน เช็กเลย!

การเลือกซื้อฉาบควรพิจารณาถึงความเหมาะสมกับการใช้งานอย่างรอบคอบเพื่อให้ได้ฉาบที่สามารถเพิ่มคุณภาพเสียงและส่งเสริมการเล่นดนตรีให้ดียิ่งขึ้น โดยในการเลือกซื้อฉาบนักดนตรีควรพิจารณาปัจจัยต่าง ๆ ดังนี้

  • ประเภท: ถ้าคุณเป็นผู้เริ่มต้นที่ยังไม่มีฉาบเป็นของตัวเอง อย่างน้อยที่สุดฉาบที่คุณควรมีเพื่อเริ่มตีกลองคือ Hi-hat 1 คู่ Crash 1 ใบ และ Ride 1 ใบ ส่วนหลังจากนั้นก็อาจจะเลือกดู Crash ในขนาดที่แตกต่างจากใบแรกหรือฉาบเสริมอื่น ๆ ที่ช่วยสร้างสีสันให้การเล่นเพิ่มเติมได้
  • ลักษณะ: ฉาบแต่ละรุ่นจะมีการออกแบบให้มีลักษณะเสียงเฉพาะตัว ซึ่งทุกองค์ประกอบล้วนมีผลต่อเสียงโดยรวมของฉาบโดยเฉพาะลักษณะพื้นผิว ซึ่งคุณอาจต้องทดลองเสียงเพื่อเปรียบเทียบว่าเนื้อฉาบแบบไหนที่ให้เสียงที่คุณมองหา
  • แบรนด์: แม้เป็นฉาบที่ใช้วัสดุเกรดเดียวกัน ลักษณะพื้นผิวเหมือนกัน แต่เป็นคนละแบรนด์ ก็อาจมีการออกแบบให้เกิดเสียงที่แตกต่างกันได้ เพราะฉะนั้น การได้ทดลองเปรียบเทียบด้วยตัวเองก่อนจะช่วยให้คุณตัดสินใจเลือกซื้อได้ง่ายขึ้น
  • วัตถุประสงค์การใช้งาน: สำหรับการเล่นดนตรีทั่วไปอาจเลือกใช้ฉาบที่ให้โทนกลาง ๆ เพื่อให้เล่นแนวเพลงได้หลากหลาย แต่ถ้าใช้ในงานอัดเพลงควรคำนึงถึงอารมณ์และโทนของเพลงว่าเหมาะกับเสียงแบบไหน
  • งบประมาณ: ทุกวันนี้มีฉาบให้เลือกหลากหลาย ทั้งแบรนด์ชั้นนำที่เป็นที่ยอมรับในกลุ่มนักดนตรีอาชีพ ไปจนถึงแบรนด์ทางเลือกใหม่ ๆ ที่น่าสนใจไม่แพ้กัน ซึ่งแม้คุณภาพจะยังเทียบเคียงไม่ได้ แต่ด้วยราคาค่าตัวที่คุ้มค่าก็อาจช่วยให้คุณประหยัดเงินไปได้เยอะเลยทีเดียว

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับฉาบและฉาบกลองชุด

สำหรับใครที่กำลังเลือกซื้อหรือหาข้อมูลเรื่องฉาบก็อาจมีข้อสงสัยในบางเรื่อง โดยคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับฉาบก็มีดังนี้

ลักษณะของผิวฉาบแต่ละแบบให้เสียงที่แตกต่างกันอย่างไร?

ฉาบแต่ละรุ่นอาจมีลักษณะของผิวฉาบให้เลือกหลายแบบ โดยลักษณะของผิวฉาบที่พบบ่อยมีดังนี้

  • เนื้อผิวแบบ Traditional: ให้โทนที่มีความใส ฟังดูอบอุ่น ละมุน มีความแห้งและหม่นเล็กน้อย
  • เนื้อผิวแบบ Brilliant: ให้โทนเสียงที่พุ่ง ใส สว่างและมีความโฉ่งฉ่างพอสมควร
  • เนื้อผิวแบบ Raw: ให้โทนเสียงที่หม่น จม บางรุ่นอาจฟังดูแห้ง ๆ สาก ๆ มักจะมีหางเสียงที่สั้น

ขนาดของฉาบมีผลต่อเสียงอย่างไร?

ฉาบที่มีขนาดใหญ่กว่าจะให้เสียงที่ทุ้ม มีโน้ตที่ต่ำกว่าฉาบขนาดเล็กและมีหางเสียงที่ยาว ส่วนฉาบขนาดเล็กจะให้เสียงที่แหลม เป็นโน้ตที่สูง มีหางเสียงที่สั้นกระชับ

ทำไมควรซื้อฉาบกลองชุด กับ Up Music Store ร้านขายฉาบและเครื่องดนตรีของแท้ 100%

เมื่อต้องการเลือกซื้อฉาบ ฉาบกลองชุดอุปกรณ์กลองหรืออุปกรณ์ดนตรีอื่น ๆ การเลือกร้านที่น่าเชื่อถือและมีคุณภาพเป็นสิ่งที่ควรให้สำคัญ ขอแนะนำ Up Music Store อีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจ โดยที่นี่รับประกันว่าฉาบและเครื่องดนตรีทุกชิ้นที่จำหน่ายเป็นของแท้ 100% เพราะคัดสรรและจัดหาสินค้ามาจากแบรนด์โดยตรง จึงมั่นใจว่าจะได้รับสินค้าที่มีคุณภาพและสภาพสมบูรณ์ นอกจากนี้ ยังมีการดูแลและให้บริการหลังการขายที่ดีและไว้วางใจได้

อีกทั้ง Up Music Store ยังมีทางเลือกการชำระเงินที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นเงินสด บัตรเครดิต รวมถึงการผ่อนชำระ 0% ซึ่งจะช่วยให้คุณสามารถบริหารจัดการงบประมาณได้ตามความต้องการ ทำให้การซื้อฉาบหรือฉาบกลองชุดกับ Up Music Store เป็นประสบการณ์ที่สะดวกและคุ้มค่าอย่างแน่นอน