แสดง %d รายการ
ฉาบหรือฉาบกลองชุด (Cymbals) เติมเต็มดนตรีครบทุกอารมณ์
ฉาบและฉาบกลองชุด ส่วนประกอบของกลองชุด ที่ช่วยขับจังหวะ เพิ่มอรรถรส และสร้างมิติให้กับบทเพลงได้เป็นอย่างดี โดยเสียงจากชุดฉาบหลายรูปแบบจะเพิ่มลูกเล่น เติมเต็มอารมณ์ และสร้างความตื่นเต้นให้กับบทเพลงแตกต่างกันไป เรามีฉาบให้คุณเลือกซื้อ หลากหลายรุ่น หลายยี่ห้อที่นี่!
หมวดหมู่สินค้า
- อุปกรณ์งานบันทึกเสียง
- Other
- เครื่องดนตรี
- คีย์บอร์ด
- อุปกรณ์ดนตรี
- เบส
- กลอง
- กลองไฟฟ้า
- Drum Pad
- อุปกรณ์กลองไฟฟ้า
- กลองชุด
- กลองสแนร์
- ฮาร์ดแวร์กลองชุด
- ฉาบ
- อุปกรณ์กลอง
- หนังกลอง
- เพอร์คัชชัน
- แอมป์กลองไฟฟ้า
- กีต้าร์
- อูคูเลเล่
- เปียโน
- ไมโครโฟน
- เครื่องเสียงงานแสดงสด
- หูฟัง
แบรนด์
- Meinl (1)
Cymbals Material
- B20 Bronze (1)
- B8 Bronze (1)
Cymbals Type
- Stack (1)
Series
ฉาบ
Meinl Benny Greb Signature Crasher Hats Cymbals
฿ 18,720.00
มาทำความรู้จักกับฉาบอย่างลึกซึ้ง ตั้งแต่ประเภทของฉาบ ราคา วิธีการเลือก และข้อสงสัยที่เกี่ยวกับฉาบ มาเตรียมตัวให้พร้อมเพื่อสัมผัสกับโลกของฉาบ เครื่องดนตรีที่เต็มไปด้วยเสน่ห์และเอกลักษณ์!
ฉาบ คืออีกหนึ่งเครื่องดนตรีที่เป็นหัวใจของวง
ฉาบ (Cymbals) เป็นเครื่องดนตรีประเภทเครื่องเพอร์คัชชัน (Percussion) ซึ่งเป็นเครื่องดนตรีที่ทำให้เกิดเสียงจากการตี กระทบ ถู หรือเขย่า โดยมีลักษณะเป็นแผ่นโลหะบาง ๆ มีรูปร่างคล้ายจานกลมรี โดยวิธีการเล่นคือการนำฉาบสองใบมากระทบกันเพื่อให้เกิดเสียงกังวานและสะท้อน ฉาบถือเป็นเครื่องดนตรีพื้นฐานที่ไม่มีระดับเสียงที่แน่นอน แต่จะให้เสียงที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวออกมา
ฉาบถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลายในวงดนตรีสมัยใหม่ ไม่ว่าจะเป็นวงออร์เคสตรา วงมาร์ช วงคอนเสิร์ต รวมถึงแม้กระทั่งในวงดนตรีทหาร โดยฉาบมีความสำคัญต่อการสร้างพลังและสีสันให้กับดนตรี อีกทั้งชุดฉาบกลองชุดยังเป็นส่วนสำคัญอย่างหนึ่งของวงดนตรีในปัจจุบันด้วย
ประเภทของฉาบ และฉาบกลองชุด มีอะไรบ้าง แต่ละแบบต่างกันยังไง

ฉาบที่นิยมใช้กันสามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก คือ ฉาบคู่หรือฉาบประกบมักใช้เล่นในวงดุริยางค์ วงออเคสตร้า หรือวงที่ใช้ผู้เล่นกลองและฉาบ 1 คนต่อ 1 ชิ้น และอีกประเภทคือฉาบแขวนที่นิยมใช้กับกลองชุด ซึ่งจะเล่นโดยผู้เล่นเพียงคนเดียว จึงต้องตั้งแขวนฉาบกับขา เช่น ฉาบ SABIAN, ฉาบ MEINL, ฉาบ kingdo โดยฉาบกลองชุดมีทั้งหมด 2 แบบหลัก ได้แก่
- ฉาบพื้นฐาน เป็นฉาบพื้นฐานที่จำเป็นต้องใช้ในการเล่นเพลงทั่วไป
- Hi-hat: เป็นฉาบประกบที่ต้องใช้เท้าในการควบคุมการเปิด-ปิดของฉาบ ซึ่งการตี Hi-hat ตอนเปิดและตอนปิดก็จะให้เสียงที่แตกต่างกัน โดยมักจะใช้ตีเพื่อควบคุมจังหวะหลักให้กับเครื่องดนตรีอื่น ๆ
- Crash: เป็นฉาบใบเดียวมักจะมีขนาดประมาณ 14 นิ้วขึ้นไป ใช้เพื่อตีส่งเข้าจังหวะและควบคุมจังหวะหลัก
- Ride: เป็นฉาบใบเดียวเหมือนกับ Crash แต่จะมีขนาด 18 นิ้วขึ้นไป โดยมีวิธีการตีที่แตกต่างกับ Crash นิยมใช้ตีเพื่อควบคุมจังหวะหลักของเพลง
- ฉาบเสริม เป็นฉาบประเภทอื่น ๆ ที่นิยมใช้เพื่อสร้างสีสันหรือลูกเล่นเพิ่มเติม โดยมักจะมีลักษณะเสียงที่เฉพาะตัว ไม่มีวิธีการเล่นที่ตายตัวโดยจะขึ้นอยู่กับการออกแบบหรือสไตล์การเล่นของแต่ละคน โดยตัวอย่างฉาบเสริมได้แก่
- Splash Cymbal: เป็นฉาบใบเล็กที่มีขนาดประมาณ 6- 12 นิ้ว
- China Cymbal: เป็นฉาบที่มีขอบแบะออก มีต้นกำเนิดมาจากฉาบเชิดสิงโตของจีน
- Stack Cymbal: คือฉาบที่นำมาประกบหรือซ้อนกันมากกว่า 2 ใบขึ้นไป
- Vented Cymbal: คือฉาบที่มีการเจาะรูบนตัวฉาบ ซึ่งแต่ละแบรนด์ก็มีการใช้ชื่อเรียกที่แตกต่างกัน เช่น Ozone Cymbals หรือ Trash Cymbals ทำให้ผู้คนมักเรียกชื่อฉาบประเภทนี้ไม่เหมือนกัน
ฉาบและฉาบกลองชุด ราคาเริ่มต้นเท่าไหร่?
ราคาของฉาบมักจะขึ้นอยู่กับปัจจัยหลัก 2 อย่าง ดังนี้
- ระดับของรุ่น โดยฉาบระดับต่าง ๆ จะมีสูตรหรือสัดส่วนการผสมโลหะที่แตกต่างกัน ได้แก่
- รุ่นเริ่มต้น: มักจะใช้อัตราส่วนที่เรียกว่า MS63 ซึ่งเสียงของฉาบจะมีความแข็ง กระด้าง ไม่กังวานมากนัก ตัวฉาบไม่ค่อยยืดหยุ่น เหมาะสำหรับคนที่เริ่มเล่นหรือใช้ฝึกซ้อม ไม่เหมาะกับการใช้งานจริงจัง
- รุ่นกลาง: จะมีอัตราส่วนหลายแบบทั้ง B8, B10, B12 แล้วแต่แบรนด์จะผลิตออกมา โดยฉาบระดับนี้จะยังคงมีความกระด้างและโฉ่งฉ่างอยู่พอสมควร แต่จะให้เสียงที่กังวาน สว่าง และสดใสมากกว่าเกรดเริ่มต้น
- รุ่นท็อป: จะใช้เป็นอัตราส่วนที่เรียกว่า B20 ซึ่งเป็นสูตรที่นิยมใช้กันทั่วโลก โดยได้รับการยอมรับว่าเป็นสัดส่วนโลหะที่ดีที่สุดสำหรับการทำฉาบ ให้เสียงที่กังวานและนวลกว่าระดับอื่น ๆ โดยฉาบระดับนี้จะมีความยืดหยุ่นสูง ทำให้สามารถออกแบบคาแรกเตอร์เสียงได้หลากหลายด้วยวิธีการต่าง ๆ เช่น การกลึง การเคลือบเงา การตอก เป็นต้น
- แบรนด์ ส่วนใหญ่ฉาบที่เป็นแบรนด์ทางเลือกต่าง ๆ มักจะมีราคาถูกกว่าแบรนด์ระดับโลกพอสมควรเมื่อเทียบกันในรุ่นที่เป็นวัสดุประเภทเดียวกัน แต่อาจมีความแตกต่างกันในรายละเอียด เช่น คุณภาพของตัววัสดุ โลหะ หรือการควบคุมคุณภาพ จึงส่งผลให้ราคามีความแตกต่างกันไปด้วย เช่น ราคาฉาบรุ่นท็อปของแบรนด์ทางเลือกราคาเริ่มต้นจะอยู่ที่ประมาณ 10,000 บาท ขณะที่ฉาบของแบรนด์ระดับโลกราคาจะอยู่ที่ประมาณ 20,000-30,000 บาทขึ้นไป
เลือกฉาบอย่างไรให้เหมาะกับการใช้งาน เล่นดนตรีสไตล์นี้ควรใช้แบบไหน เช็กเลย!
การเลือกซื้อฉาบควรพิจารณาถึงความเหมาะสมกับการใช้งานอย่างรอบคอบเพื่อให้ได้ฉาบที่สามารถเพิ่มคุณภาพเสียงและส่งเสริมการเล่นดนตรีให้ดียิ่งขึ้น โดยในการเลือกซื้อฉาบนักดนตรีควรพิจารณาปัจจัยต่าง ๆ ดังนี้
- ประเภท: ถ้าคุณเป็นผู้เริ่มต้นที่ยังไม่มีฉาบเป็นของตัวเอง อย่างน้อยที่สุดฉาบที่คุณควรมีเพื่อเริ่มตีกลองคือ Hi-hat 1 คู่ Crash 1 ใบ และ Ride 1 ใบ ส่วนหลังจากนั้นก็อาจจะเลือกดู Crash ในขนาดที่แตกต่างจากใบแรกหรือฉาบเสริมอื่น ๆ ที่ช่วยสร้างสีสันให้การเล่นเพิ่มเติมได้
- ลักษณะ: ฉาบแต่ละรุ่นจะมีการออกแบบให้มีลักษณะเสียงเฉพาะตัว ซึ่งทุกองค์ประกอบล้วนมีผลต่อเสียงโดยรวมของฉาบโดยเฉพาะลักษณะพื้นผิว ซึ่งคุณอาจต้องทดลองเสียงเพื่อเปรียบเทียบว่าเนื้อฉาบแบบไหนที่ให้เสียงที่คุณมองหา
- แบรนด์: แม้เป็นฉาบที่ใช้วัสดุเกรดเดียวกัน ลักษณะพื้นผิวเหมือนกัน แต่เป็นคนละแบรนด์ ก็อาจมีการออกแบบให้เกิดเสียงที่แตกต่างกันได้ เพราะฉะนั้น การได้ทดลองเปรียบเทียบด้วยตัวเองก่อนจะช่วยให้คุณตัดสินใจเลือกซื้อได้ง่ายขึ้น
- วัตถุประสงค์การใช้งาน: สำหรับการเล่นดนตรีทั่วไปอาจเลือกใช้ฉาบที่ให้โทนกลาง ๆ เพื่อให้เล่นแนวเพลงได้หลากหลาย แต่ถ้าใช้ในงานอัดเพลงควรคำนึงถึงอารมณ์และโทนของเพลงว่าเหมาะกับเสียงแบบไหน
- งบประมาณ: ทุกวันนี้มีฉาบให้เลือกหลากหลาย ทั้งแบรนด์ชั้นนำที่เป็นที่ยอมรับในกลุ่มนักดนตรีอาชีพ ไปจนถึงแบรนด์ทางเลือกใหม่ ๆ ที่น่าสนใจไม่แพ้กัน ซึ่งแม้คุณภาพจะยังเทียบเคียงไม่ได้ แต่ด้วยราคาค่าตัวที่คุ้มค่าก็อาจช่วยให้คุณประหยัดเงินไปได้เยอะเลยทีเดียว
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับฉาบและฉาบกลองชุด
สำหรับใครที่กำลังเลือกซื้อหรือหาข้อมูลเรื่องฉาบก็อาจมีข้อสงสัยในบางเรื่อง โดยคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับฉาบก็มีดังนี้
ลักษณะของผิวฉาบแต่ละแบบให้เสียงที่แตกต่างกันอย่างไร?
ฉาบแต่ละรุ่นอาจมีลักษณะของผิวฉาบให้เลือกหลายแบบ โดยลักษณะของผิวฉาบที่พบบ่อยมีดังนี้
- เนื้อผิวแบบ Traditional: ให้โทนที่มีความใส ฟังดูอบอุ่น ละมุน มีความแห้งและหม่นเล็กน้อย
- เนื้อผิวแบบ Brilliant: ให้โทนเสียงที่พุ่ง ใส สว่างและมีความโฉ่งฉ่างพอสมควร
- เนื้อผิวแบบ Raw: ให้โทนเสียงที่หม่น จม บางรุ่นอาจฟังดูแห้ง ๆ สาก ๆ มักจะมีหางเสียงที่สั้น
ขนาดของฉาบมีผลต่อเสียงอย่างไร?
ฉาบที่มีขนาดใหญ่กว่าจะให้เสียงที่ทุ้ม มีโน้ตที่ต่ำกว่าฉาบขนาดเล็กและมีหางเสียงที่ยาว ส่วนฉาบขนาดเล็กจะให้เสียงที่แหลม เป็นโน้ตที่สูง มีหางเสียงที่สั้นกระชับ
ทำไมควรซื้อฉาบกลองชุด กับ Up Music Store ร้านขายฉาบและเครื่องดนตรีของแท้ 100%
เมื่อต้องการเลือกซื้อฉาบ ฉาบกลองชุดอุปกรณ์กลองหรืออุปกรณ์ดนตรีอื่น ๆ การเลือกร้านที่น่าเชื่อถือและมีคุณภาพเป็นสิ่งที่ควรให้สำคัญ ขอแนะนำ Up Music Store อีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจ โดยที่นี่รับประกันว่าฉาบและเครื่องดนตรีทุกชิ้นที่จำหน่ายเป็นของแท้ 100% เพราะคัดสรรและจัดหาสินค้ามาจากแบรนด์โดยตรง จึงมั่นใจว่าจะได้รับสินค้าที่มีคุณภาพและสภาพสมบูรณ์ นอกจากนี้ ยังมีการดูแลและให้บริการหลังการขายที่ดีและไว้วางใจได้
อีกทั้ง Up Music Store ยังมีทางเลือกการชำระเงินที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นเงินสด บัตรเครดิต รวมถึงการผ่อนชำระ 0% ซึ่งจะช่วยให้คุณสามารถบริหารจัดการงบประมาณได้ตามความต้องการ ทำให้การซื้อฉาบหรือฉาบกลองชุดกับ Up Music Store เป็นประสบการณ์ที่สะดวกและคุ้มค่าอย่างแน่นอน